Welcome

สาเหตุที่ราคาคริปโตฯ ร่วงแรง ควรวางกลยุทธ์อย่างไร?

สาเหตุที่ราคาคริปโตฯ ร่วงแรง ควรวางกลยุทธ์อย่างไร? ตลาดคริปโตฯ ปรับตัวลงหนักทั้งตลาด หลังมีข่าวว่า โจ ไบเดน ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ มีนโยบายเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษี และมีแผนปรับขึ้นภาษีกำไรจากการลงทุน (Capital Gain Tax) รวมทั้ง แกรี เก็นสเลอร์ ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของสหรัฐฯ ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งกำลังรอการกำหนดทิศทางเกี่ยวกับนโยบายการออกกฎควบคุมสกุลเงินดิจิทัลจาก เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง

โดยก่อนหน้านี้ เจเน็ต เยลเลน ก็มีมุมมองที่ไม่ค่อยสู้ดีนักกับตลาดคริปโตฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Bitcoin ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เธอมีความเชื่อว่า Bitcoin นั้นไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถใช้ในการทำธุรกรรมเป็นวงกว้างได้ ทั้งยังสิ้นเปลืองพลังงานและมักใช้ในการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย

นอกจากนั้น นักกลยุทธ์จาก JP Morgan ผู้ให้บริการด้านการเงินและการลงทุน ได้ออกเตือนมานักลงทุนใน Bitcoin เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 ที่ผ่านมาว่า หาก Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่มีขนาดใหญ่สุดในตอนนี้ ราคาไม่สามารถยืนเหนือ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ในเร็ววันนี้ อาจเห็นการปรับตัวลงได้ และยังพบเห็นปัญหาการปิดสถานะใน Bitcoin Future เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทั้งเหล่าเทรดเดอร์และกองทุนต่างพากันเข้าสะสม Bitcoin แต่เนื่องจากการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมามีความผันผวนอย่างมาก ทำให้อาจมีการบังคับปิดสถานะเกิดขึ้น ซึ่งจะยิ่งส่งผลให้ราคามีความผันผวนเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งยังกล่าวว่า โมเมนตัมของราคา Bitcoin ในตอนนี้ มีความอ่อนแรงอย่างมาก อาจทำให้มีการปรับฐานได้

จากภาพด้านบน แสดงให้เห็นถึงสถานะคงค้างใน Bitcoin Future ที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ในความเห็นส่วนตัวคิดว่า นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคา Bitcoin มีความผันผวนมากยิ่งขึ้น สืบเนื่องมาจากปัจจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการ Leverage และเมื่อราคาของสินทรัพย์อ้างอิง มีการปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกับสถานะที่ถือครอง อาจทำให้ต้องมีการเพิ่มหลักประกันเพื่อรักษาสถานะดังกล่าว หรือการถูกบังคับปิดสถานะ (Force Sell) ซึ่งอาจส่งผลต่อราคา Bitcoin ในที่สุด

ปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ทำให้ตลาดคริปโตฯ ในตอนนี้ มีความผันผวนและปรับตัวลงอย่างมาก นำโดย Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาดคริปโตฯ ราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 49,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวลงจากราคาสูงสุดที่ประมาณ 64,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็น -23%

ในขณะที่เหรียญอื่น ๆ ปรับตัวลงจากราคาสูงสุดดังนี้ ETH -14%, XRP -46%, BCH -35%, LTC -31%, ZMT -20% ส่วนเหรียญ Altcoin อื่น ๆ ราคาปรับตัวลงจากราคาสูงสุด +/- 50% โดยประมาณ

สรุปได้ว่า กลยุทธ์ของตลาดคริปโตฯ ในช่วงนี้ สำหรับสายเทรด อาจต้องใช้กลยุทธ์ในเชิงตั้งรับมากกว่า เนื่องจากความกังวลของนักลงทุนที่อาจกดดันราคาในระยะสั้นได้ ส่วนนักลงทุนลงทุนระยะยาว นักลงทุนสาย DCA ในช่วงนี้อาจเป็นจังหวะเหมาะในการทยอยเข้าสะสม ซึ่งหากดูจากการปรับตัวลงในครั้งนี้ ZMT ก็เป็นอีกเหรียญหนึ่งที่นักลงทุนควรให้ความสนใจ เพราะราคาค่อนข้าง Outperform หรือแข็งแกร่งกว่าเหรียญอื่น ๆ ในตลาดคริปโตฯ เห็นได้จากปรับตัวลงมาในครั้งนี้ ปรับลงไม่มากนักเมื่อเทียบกับเหรียญอื่น ๆ นี่อาจเป็นโอกาสของคนที่รอจังหวะในการเข้าซื้อ ZMT อยู่ก็ได้