Welcome

บริหารใต้คาง ลดเหนียง หน้าเรียวได้ง่ายๆ

บริหารใต้คาง ลดเหนียง หน้าเรียวได้ง่ายๆ เหนียง!! เจ้าตัวปัญหาของความสวย จะแต่งหน้าปิดก็ยาก จะถ่ายรูปมุมไหนก็เห็นเหนียงย้อยๆ เต็มไปหมด ใครๆ ต่างก็กังวลเรื่องปัญหาเหนียงไม่น้อยค่ะ เพราะแค่มีเหนียงก็ทำให้หน้าดูอ้วน ดูบวมได้ง่ายๆ ซึ่งการลดเหนียงก็ต้องบอกว่า ไม่ได้ลดได้ง่ายๆ เลยค่ะ หลายคนก็ต้องพึ่งการฉีดการจิ้ม แต่สำหรับใครที่กลัวการฉีด หรือไม่อยากเสียเงินแพงๆ มาลองทำท่าบริหารลดเหนียงกันดูค่า

ไม่มีหรอกคนข้างเคียง มีแต่เหนียงข้างคอ แคปชั่นฮาแต่สะเทือนใจไม่น้อย เพราะคำว่า “เหนียง” แค่พูดเบาๆ ก็เจ็บไปถึงทรวง เนื่องจากเป็นไขมันส่วนเกินที่สะสมบริเวณใต้คางและคอทำให้หน้าเราดูอ้วนและสูงวัยไปพร้อมกัน เรียกได้ว่าเป็นหนามชีวิตของสาวๆ หลายคนเลยทีเดียว

เรามีวิธีกำจัดเหนียงปัญหาส่วนเกินชีวิตแบบไม่เสียเงินสักบาท ด้วย 5 ท่าบริหารง่ายๆ ที่ทำต่อเนื่องแล้วช่วยลดเหนียงได้จริงมาฝาก

ท่าที่ 1 ก้มและเงย
วิธีลดเหนียงที่ง่ายที่สุดท่าแรกคือก้มและเงย เริ่มจากตั้งศีรษะให้ตรงแล้วเงยหน้าไปข้างหลังจนรู้สึกตึงไปทั้งคอ ค้างไว้ นับ 1 ถึง 5 ในใจ แล้วจึงค่อยกลับมาก้มหน้าให้คางชิดลำคอ ค้างไว้ นับ 1-5 ในใจ ทำอย่างนี้สลับไปมา 8 รอบ นับเป็น 1 เซต ทำวันละ 1 เซ็ตอย่างต่ำ

ท่าที่ 2 ท่ายื่นคาง
อีกหนึ่งท่ายอดฮิตที่ทุกตำราลดเหนียง ลดแก้ม บริหารหน้าเรียว จะต้องสอนให้ทำกัน คือ ตั้งศีรษะให้ตรง แล้วพยายามยื่นคางไปข้างหน้าให้ได้มากที่สุด (หน้าเราจะแหงนเงยขึ้นโดยอัตโนมัติ) ยื่นคางจนรู้สึกตึง นับ 1-5 ทำติดกันสัก 8 รอบแล้วพัก ทำให้ได้ทุกวันรับรองเราจะรู้สึกถึงความกระชับที่ใต้ชั้นคางของเรา

ท่าที่ 3 จูบเพดาน
ท่านี้จะช่วยให้เหนียงใต้คางเราตึงมากๆ วิธีแสนง่าย คือให้เราเงยหน้ามองเพดาน แล้วยื่นปากจู๋เหมือนจะจูบเพดาน ยื่นปากให้มากที่สุดจนรู้สึกเกร็งทั้งคอและกราม ค้างไว้ 10-15 วินาที ทำวันละ 3 รอบ นอกจากจะช่วยลดเหนียงคอ ยังช่วยบริหารให้หน้าเรียวได้ด้วย

ท่าที่ 4 ทำปากจู๋
ท่านี้จะช่วยทั้งลดเหนียงคอและยังช่วยลดริ้วรอยร่องแก้มได้ด้วย วิธีทำคือ นั่งศีรษะตรง แล้วอ้าปากให้กว้างที่สุด จากนั้นให้พยายามทำปากจู๋โดยที่กรามยังเกร็งเหมือนตอนอ้าปากไว้ พูดง่ายๆ คือให้เราพยายามทำปากจู๋ในขณะที่กำลังอ้าปาก จะรู้สึกตึงรอบมุมปากและเกร็งใต้คอ ค้างไว้สัก 10-15 วินาที ทำวันละ 3 รอบ

ท่าที่ 5 ท่าหมุนคอ
รู้ไหมแค่ทำท่าหมุนคอก็ช่วยลดเหนียงได้ แค่นั่งหรือยืนให้มั่นคง หมุนคอเป็นวงกลมไปทางขวาช้าๆ สัก 3-5 รอบ จากนั้นค่อยทำเหมือนเดิมแต่หมุนไปทางซ้าย 3-5 รอบ แล้วหยุด ทำแบบนี้สัก 3 เซตต่อวันก็พอ ท่านี้ไม่เพียงช่วยบริหารต้นคอของเรายังช่วยลดเหนียงใต้คางของเราได้ด้วย

นอกจาก 5 ท่าบริหารกำจัดเหนียงแล้ว อย่าลืมเลือกทานอาหารดีๆ ที่มีปริมาณไขมันน้อยๆ เพื่อช่วยลดการกลับมาสะสมของไขมันให้เกิดเป็นเหนียงได้แบบยั่งยืนอีกด้วย

1. รับประทานผักผลไม้เป็นประจำทุกวัน
เรื่องนี้แทบจะเป็นข้อบังคับสำหรับคนรักสุขภาพไปแล้ว แต่ดูให้ดีว่าผักของเราสะอาดหรือเปล่า ผลไม้ที่เราเลือกกินมีน้ำตาลสูงไหม เช่น เลือกกินฝรั่งหรือแก้วมังกร แทนที่จะกินมะม่วงสุก ขนุนหรือทุเรียน ไม่อย่างนั้นแทนที่เหนียงจะหายไปมันกลับจะอยู่กับเราอีกนาน

2. กินข้าวกล้อง
เลือกทานข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือผ่านน้อยและขนมปังโฮลวีตแทนขนมปังที่ผ่านการขัดสี เพราะโครงสร้างคาร์โบไฮเดรตของข้าวกล้องและขนมปังโฮลวีต จะทำให้ร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อยและดูดซึมนาน จึงอิ่มนานขึ้น ไม่หิวบ่อย และเพิ่มเส้นใยอาหารให้ร่างกายด้วย

3. ลด ละ เลิก ของมันของทอด
เมนูสตรีทฟู้ดแสนอร่อยอย่าง ไก่ทอด ลูกชิ้นทอด กล้วยทอด และอีกมากมายล้วนเต็มไปด้วยแป้งและน้ำมัน ที่แม้ว่าจะอร่อยถูกปากถูกใจแต่ทำให้เกิดไขมันสะสมจนพอกพูนเป็นเหนียงให้ช้ำใจ ทางที่ดีคือลดปริมาณการกินอาหารเหล่านี้ลงและเน้นออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยลดไขมันส่วนเกินและลดเหนียงของเราได้

4. ลด ละ เลิกการบริโภคน้ำตาล
นอกจากของมันของทอดแล้ว ของหวานก็ยังทำให้เกิดไขมันสะสมจนกลายเป็นเหนียงอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ชา กาแฟ ชาเขียว โก้โก้ หรือชานมไข่มุก ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว กาแฟเย็น 1 แก้ว มีปริมาณน้ำตาลมากถึง 11 ช้อนชา ทั้งที่องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าปริมาณน้ำตาลทรายที่ควรบริโภคต่อวัน ควรอยู่ที่ 4 – 6 ช้อนชาเท่านั้น การกินน้ำตาลเยอะเกินกว่าที่ร่างกายจะนำไปใช้ จะทำให้น้ำตาลถูกเปลี่ยนไปสะสมกลายเป็นไขมัน ตัวการทำให้เราอ้วน เกิดเหนียงนั่นเอง

5. กินอาหารที่มีไขมันดี
ไขมันในอาหารไม่ได้มีแต่ตัวร้าย แต่ยังมีไขมันดีชนิดที่ร่างกายต้องการ เช่น ไขมันจากน้ำมันมะกอก น้ำมันทานตะวัน น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง หรือการรับประทานปลาที่มีกรดไขมันสูง เช่น แซลมอน ทูน่า ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ผักผลไม้ เช่น อะโวคาโด บล็อกโคลี่ หรือแม้แต่อาหารเสริมจำพวกน้ำมันปลา ก็ช่วยเพิ่มไขมันดีให้ร่างกายแต่เราต้องพิถีพิถันในการเลือก ไม่บริโภคสะเปะสะปะ